August 16, 2022
ความคิดที่ผิดในการใช้งานรถยนต์

ความคิดที่ผิดใน การใช้งานรถยนต์บนท้องถนน

ผู้ที่ใช้งานรถยนต์นั้นบางครั้งก็ทำสิ่งที่ผิดโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งในปัจจุบันหลายคนก็อาจไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเป็นความคิดที่ผิดในการใช้งานรถยนต์ บทความเกี่ยวกับรถยนต์ นี้จึงจะมาบอกว่าความคิดไหนผิด และทำอย่างไรจึงจะถูกต้องใน การใช้งานรถยนต์บนท้องถนน ให้มีความปลอดภัย

            หลายคนมักจะมีการเปิดไฟฉุกเฉินของรถยนต์ในการข้ามทางแยกต่าง ๆที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเป็นอย่างมาก การเปิดไฟเลี้ยวในการข้ามทางแยกต่าง ๆจะมีความปลอดภัยใน การใช้งานรถยนต์บนท้องถนน มากกว่า เพราะผู้อื่นจะสามารถรู้ได้ว่ารถคันนี้ต้องการที่จะเลี้ยวไปทางใด เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น

ความคิดที่ผิดในการใช้งานรถยนต์

            การเข้าเกียร์ P ในขณะที่จอดรถติดไฟแดงหรือจอดรถในช่วงระยะเวลาสั้น ๆเป็นความคิดที่ผิด มีผู้คนจำนวนมากที่มักจะใช้งานรถยนต์แบบนี้ และโรงเรียนสอนขับรถยนต์บางแห่งก็มีการสอนให้เข้าเกียร์ P ในขณะที่ติดไฟแดง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นการเข้าเกียร์ P ในขณะที่ติดไฟแดงบ่อยครั้งจะส่งผลทำให้ระบบเกียร์ของรถยนต์เสียหายได้ และอันตรายเป็นอย่างมากหากมีรถคันอื่นมาชนท้ายรถของคุณในขณะที่คุณกำลังเข้าเกียร์ P อยู่ เพราะจะเกิดความเสียหายต่อระบบเกียร์ และอาจทำให้ใช้งานไม่ได้อีกเลย ดังนั้นในขณะที่ติดไฟแดงควรที่จะใช้เกียร์ N จะมีความปลอดภัยในการใช้งานมากกว่า และไม่ส่งผลเสียต่อรถยนต์ของคุณอีกด้วย

การใช้งานรถยนต์บนท้องถนน

             ความคิดที่ผิดในการใช้งานรถยนต์ที่ว่าการบีบแตรของรถยนต์เป็นการไร้มารยาท นั่นเป็นความคิดที่ผิดเป็นอย่างมาก เพราะแตรของรถยนต์นั้นเป็นสิ่งที่ทำขึ้นมาคู่กับรถยนต์เพื่อช่วยในการลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้อื่นรับรู้ แตรจึงเป็นสิ่งที่สามารถช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการบีบแตรของรถยนต์เพื่อเป็นการเตือนจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพียงแต่ไม่ควรใช้งานแบบพร่ำเพรื่อจนเกินไป            

การใช้งานรถยนต์บนท้องถนน

หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย จะไม่ทำงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ นี่ก็เป็นความคิดที่ผิด เพราะผู้ออกแบบรถยนต์นั้นได้ทำการออกแบบให้ถุงลมนิรภัยทำงานเสมอเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น การคาดเข็มขัดนิรภัยเพียงแต่เป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานรถยนต์เท่านั้น ดังนั้นสาเหตุที่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงานจึงไม่ได้มาจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างแน่นอน